Happy Land Forums

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ค้นหา
คำค้นยอดนิยม: raamas
เข้าชม: 879|ตอบกลับ: 3

พยานาคมีจริงหรือไม่? [คัดลอกลิงค์นี้เพื่อนำไปแบ่งปัน]


     
No.53208 
God Of Light


962
343
0



  เครดิต: 962
  จำนวนโพส : 740
  เงิน : 343
  Payon : 0
  Upload: 0
  พลังน้ำใจ : 74
  TOM : 13

วันสมัครสมาชิก: 2010-12-22
เข้าใช้งานล่าสุด: 2014-2-15

พลังน้ำใจ: 74

โพสต์เมื่อ 2011-9-29 17:27:23 |แสดงทั้งหมด

                                                          พยานาค



ความเป็นมาของพญานาค

   นาค หรือ พญานาค เป็นความเชื่อในภูมิภาคเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเรียกชื่อต่าง ๆ กัน แต่มีลักษณะร่วมกัน คือ เป็นงูขนาดใหญ่มีหงอน เป็นสัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสู่จักรวาลอีกด้วย

พญานาคคืออะไร

   

ในแนววิทยาศาสตร์ พญานาค คือสัตว์ที่เป็นนามสมมุติหรือสัญลักษณ์ สร้างจากจิตนาการที่เข้ามามีบทบาทในบางช่วงกับการสอนศาสนาของพระพุทธเจ้า พญานาคไม่มีตัวตนจริง มองไม่เห็น ไม่สามารถสัมผัสแตะต้องทางกายภาพได้ ไม่มีสาระบบในทางชีววิทยา

   

ในแนวเหนือวิทยาศาสตร์ พญานาค คืองูขนาดใหญ่มีหงอน มีพิษ มีอิทธิฤทธิ์อย่างมากมาย อยู่ในสภาวะระหว่างเทพและสัตว์เดรัจฉานที่อยู่อาศัยเป็นทิพย์ ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เพราะอาศัยอยู่คนละภพภูมิกับมนุษย์โดยมีมิติต่างระดับทับซ้อนกันอยู่ ผู้ที่มองเห็นพญานาคได้ต้องเป็นผู้ฝึกฝนจิตจนบรรลุชั้นที่จะมองเห็นด้วยตา ข้างใน หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวดองเป็นทาญาติ เป็นอดีตคู่รักกับพญานาคเมื่อภพที่ผ่านมาแล้วจึงจะสามารถมองเห็น พญานาคได้ เท่าที่บันทึกไว้คนที่เห็นพญานาคล้วนแต่เป็นอริยะสงฆ์ ถ้าเป็นสามัญชนยังไม่ชัดเจน อริยะสงฆ์ที่มองเห็นพญานาคมีดังนี้

   

๑.พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เห็นที่ถ้ำเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ในระหว่างปี พ.ศ. ๒๔๗๑

๒.หลวงปู่ชอบ ฐานสโม เห็นพญานาคที่ริมฝั่งแม่น้ำโขงเมื่อครั้งไปวิเวกที่ประเทศลาวและเห็นพญานาค ชื่อเทพนาคาบนภูเขาสูงใกล้กับดอยแม้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม

๓.หลวงปู่หลุย จันทสาโร เห็นพญานาคที่ถ้ำ ภูบักเบิด จังหวัดเลย เมือปี พ.ศ.๒๔๙๙ และถ้ำแจ้งยาว เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๙

๔.หลวงปู่สิม พุทธาจาโร เห็นพญานาคที่ถ้ำผาป่อง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๐

๕.หลวงปู่คำคะนิง จุลมณี เห็นพญานาคที่ถ้ำมืด เขตอำเภอโขงเจียมจังหวัดอุบลราชธานี





พญานาคฟังธรรม

   กล่าวถึงยุคสมัยเมื่อไม่นานมานี้ พระอาจารย์มั่นภูริทัตตเถระ ท่านมีความเกี่ยวข้องกับพวก “พญานาค” อยู่อย่างลึกลับจากข้อความในหนังสือประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ซึ่งเรียบเรียงโดยท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน กล่าวไว้ว่า

ในสมัยที่ท่านพระอาจารย์มั่นออกเที่ยวแสวงวิเวกอยู่ตามป่าเขาลำเนาไพรในภาคเหนือ และภาคอีสานตลอดจนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงขณะที่ท่านพักบำเพ็ญเป็นสุขวิหารธรรม อยู่สบายในป่าในเขาที่สงัดปราศจากผู้คนทั้งกลางวันกลางคืน

พระอาจารย์มั่นมีการติดต่อกับพวกกายทิพย์ เช่น เทวบุตร เทวธิดา อินทร์ พรหมพญานาค ครุฑ ยักษ์ กุมภัณฑ์ คนธรรพ์ วิทยาธร และภูตผีปิศาจที่มาจากที่ต่างๆอยู่เป็นประจำสม่ำเสมอ

ท่านถือเป็นเรื่องธรรมดาเฉกเช่นเดียวกับมนุษย์ติดต่อกับมนุษย์ชาติต่างๆ ในโลกนี้เพื่อผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน

   

ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตเถระ เล่าว่า

ขณะ ที่ท่านกำลังแสดงธรรมอบรมพระเณรตอนกลางคืน ที่หมู่บ้านสามผง นครพนมได้มีพญานาคอยู่แถบลำแม่น้ำสงครามได้แอบมาฟังเทศน์ท่านแทบทุกคืน โดยเฉพาะวันพระพญานาคมาทุกคืน ถ้าไม่มาตอนท่านอบรมพระเณรพญานาคก็มาตอนดึกขณะที่ท่านเข้านั่งสมาธิภาวนา ส่วนเทวดาทั้งเบื้องบนและเบื้องล่างมีมาห่างๆ ไม่เหมือนอยู่ที่อุดรฯหนองคาย

ยิ่งวันเข้าพรรษาและวันกลางพรรษา และวันปวารณาออกพรรษาด้วยแล้วไม่ว่าท่านพระอาจารย์มั่นจะพักจำพรรษาอยู่ที่ ไหน แม้แต่ในตัวเมืองก็ยังมีพวกเทวดาทั้งเบื้องบนและเบื้องล่าง ชั้นใดชั้นหนึ่งและที่ใดที่หนึ่งมาฟังธรรมเทศนาท่านมิได้ขาด เช่นที่วัดเจดีย์หลวงจังหวัดเชียงใหม่เป็นต้น

   

ที่ใต้เชิงเขาลูกนั้น มีเมืองพญานาคตั้งอยู่ใหญ่โตมาก หัวหน้าพญานาคพาบริวารมาฟังธรรมของท่านเสมอ และมักมากันมากมายในบางครั้งพวกพญานาคไม่ค่อยมีปัญหาซักถามมากเหมือนพวก เทวดาพวกเทวดาทั้งเบื้องต้นและเบื้องล่างมักมีปัญหามากพอๆ กันหมายถึงปัญหาข้อสงสัยทางธรรมะ
ส่วนความเลื่อมใสในธรรมะนั้นพวกพญานาคและเทวดามีความเลื่อมใสพอๆ กัน

เมื่อครั้งพระอาจารย์มั่นธุดงค์ไปบำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าเชิงเขาใหญ่ลูกหนึ่งฝั่งไทยทาง ทิศตะวันตกนครหลวงพระบาง ภูเขาลูกนี้อยู่ชายฝั่งแม่น้ำโขง พระอาจารย์มั่นพักบำเพ็ญเพียรอยู่เชิงเขาลูกนั้นนานพอสมควรพวกพญานาคมาเยี่ยม คารวะฟังธรรมกับท่านแทบทุกคืนพวกพญานาคมาเยี่ยมคารวะท่านไม่ดึกนักท่านว่า อาจเป็นเพราะที่พักของท่านสงัดเงียบ ห่างไกลจากหมู่บ้านก็ได้พวกพญานาคจึงมาเยี่ยมในราว 4-5 ทุ่ม

   

ส่วนสถานที่อื่นๆ พวกพญานาคมาดึกกว่านี้ก็มี เวลาขนาดนี้ก็มี พวกพญานาคตามสถานที่ต่างๆมีความเคารพเลื่อมใสท่านมากพวกเขาจัดให้บริวารพญานาคมารักษาคุ้มครองป้องกันภัยให้ท่านทั้งกลางวันกลางคืนโดยผลัดเปลี่ยนวาระ กันมิได้ขาด ท่านไปอยู่สถานที่ใดพวกพญานาคในสถานที่นั้นมักอาราธนานิมนต์ให้ท่านพระ อาจารย์มั่นอยู่ที่นั่นนานๆเพื่อโปรดพวกเขา

เมื่อครั้งพระอาจารย์ มั่น ภูริทัตตเถระพักจำพรรษาอยู่บ้านน้ำเมา อำเภอแม่ปั๋ง เชียงใหม่ พระอาจารย์มั่นเล่าว่าท่านต้อนรับแขกจำพวกกายทิพย์บนสวรรค์มี ท้าวสักกเทวราช เป็นหัวหน้ามาก เป็นพิเศษ

แม้หน้าแล้งท่านจะหลีก เลี่ยงออกไปเที่ยววิเวกองค์เดียว อยู่ในถ้ำดอกคำท้าวสักกเทวราชก็พาพวกเทวดาติดตามไปเยี่ยมท่าน ซึ่งพวกเทวดามาแต่ละครั้งนี้มากันเป็นหมื่นเป็นแสนและมาบ่อยที่สุด

   

พวกเทวดาทุกคนทุกภูมิเคารพท่านพระอาจารย์มั่นและเคารพสถานที่บำเพ็ญเพียรของท่านมาก แม้แต่ทางเดินจงกรมที่ญาติโยมชาวบ้านเอาทรายมาเกลี่ยไว้สำหรับให้พระอาจารย์ มั่นเดินได้สะดวกพวกเทวดาก็ไม่กล้าผ่านทางจงกรม ต้องเดินอ้อมไปทางหัวจงกรมทุกครั้งที่มาและไปพวก “พญานาค” ก็เช่นเดียวกัน เวลาเข้ามาเยี่ยมคารวะฟังธรรมกับท่านพวกพญานาคไม่กล้าเดินเข้าทางจงกรมเลย ต้องเดินอ้อมไปทางอื่น บางครั้งพญานาคใช้ให้บริวารมากราบนิมนต์พระอาจารย์มั่นในกิจบางอย่างให้ไป โปรดพวกพญานาค คล้ายกับมนุษย์เรามานิมนต์พระไปในงานไม่มีผิดเลย

อ้างอิงจาก:
หนังสือโลกทิพย์ ฉบับที่ 11 ปีที่ 2 เดือนมีนาคม 2526





พญานาคอาศัยอยู่ที่ไหน


ในแนววิทยาศาสตร์ ไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ เพราะคำว่าพญานาค ไม่มีในสาระบบของสัตว์ที่อาศัยอยู่ในโลกปัจจุบัน

   

ในแนวเหนือวิทยาศาสตร์ พญานาคอาศัยอยู่ในภพหรือภูมิหนึ่งที่อยู่ใต้บาดาลลึกลงไปในดินประมาณ ๑ โยชน์มีปราสาทราชวังถึง ๗ ชั้น จะปรากฏกายอยู่ในภพภูมิของตนเอง ไม่สามารถดำรงตนอยู่บนโลกมนุษย์อย่างถาวรได้ แต่ก็สามารถติดต่อสัมพันธ์และสร้างความรักกับมนุษย์ได้ โดยปกติพญานาคถ้าจะปรากฏขึ้นบนโลกมนุษย์ในห้วงเวลาใดเวลาหนึ่ง บนภูเขาหรือป่าดงดิบในน้ำในถ้ำจะเป็นในช่วงเวลาระยะสั่น ๆ นอกจากว่าเคยมีความสัมพันธ์กันแต่อดีตชาติปางก่อนเท่านั้น ที่จะต้องใช้เวลายาวนานเพื่อเหตุผลบางอย่าง จะปรากฏกายในรูปแบบต่าง ๆ เช่นเป็นงูใหญ่ เป็นงูเผือก เป็นมนุษย์เพศชายและหญิง เพียงปรากฏกายให้เห็น เพื่อตามหาคนรัก หรือตามแก้แค้นคนที่เคยก่อกรรมกันไว้ในอดีตชาติ ดั่งอมตะนิยายของภาคอีสานเรื่อง ผาแดงนางไอ่ มีคนให้สมญานานอีกชื่อหนึ่งว่า รักที่รอคอย ซึ่งเป็นเรื่องเล่าสืบทอดกันมาแต่โบราณกาล จนมาถึงปัจจุบัน และเรื่องเล่าต่างๆ เกี่ยวกับพญานาค ที่เกี่ยวพันธ์กับชาวจังหวัดหนองคาย ตั้งแต่อำเภอสังคม จนถึงอำเภอบึงกาฬ โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ตามริมลำแม่น้ำโขงจะมีเรื่องเล่าขานกันมาตลอด



อิทธิฤทธิ์และหน้าที่ของพญานาคมีอย่างไร

๑.สามารถแปลงร่างเป็นอะไรก็ได้เพียงแต่คิด สร้างความรักและความสัมพันธ์กับสัตว์อื่นได้ พญานาคเป็นสัตว์มหัศจรรย์ ที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถแปลงกายได้ พญานาค มีอิทธิฤทธิ์ และมีชีวิตใกล้กับคน พญานาค สามารถ แปลงเป็นคนได้ เช่นคราวที่แปลงเป็นคนมาขอบวชกับพระพุทธเจ้า ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวถึงนาคที่ชื่อ ถลชะ ที่แปลว่า เกิดบนบก จะเนรมิตกายได้เฉพาะบนบก และนาคชื่อ ชลซะ แปลว่า เกิดจากน้ำ จะเนรมิตกายได้เฉพาะในน้ำเท่านั้น

๒.สามารถขึ้นลงได้ ๓ โลก คือโลกบาดาล โลกมนุษย์ โลกสวรรค์

๓.พิษ พญานาคสามารถฆ่าสัตว์อื่นตายอย่างช้า ๆ และรวดเร็วได้ พญานาค มีพิษร้ายสามารถทำอันตรายผู้อื่นได้ด้วยพิษ ถึง ๖๔ ชนิด ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า สัตว์จำพวกงู แมงป่อง ตะขาบ คางคก มด ฯลฯ มีพิษได้ ซึ่งก็ด้วยเหตุที่ นาคคายพิษทิ้งไว้ แล้วพวกงูไปเลีย พวกที่มาถึงก่อนก็เอาไปมาก พวกมาทีหลัง เช่น แมงป่อง กับ มด ได้พิษน้อย แค่เอาหางไปป้ายเศษพิษ จำพวกนี้จึงมีพิษน้อย และพญานาคต้องคายพิษทุก ๑๕ วัน

   

๔.ดลบันดาลให้ฝนตก ทำหน้าที่รักษาแม่น้ำ ห้วยหนองคลองบึง

๕.ปกปักรักษาพุทธศาสนาโบราณสถานโบราณวัตถุ

๖.บอก เหตุการณ์ล่วงหน้าแก่คนที่สมควรบอก ให้โชคลาภแก่บุคคลที่สมควรให้ พญานาคถึงแม้จะเนรมิตกายเป็นอะไรได้ แต่ในสภาวะ ๕ อย่างนี้ จะต้องปรากฏเป็นงูใหญ่เช่นเดิม คือ ขณะเกิด ขณะลอกคราบ ขณะสมสู่กันระหว่างนาคกับนาค ขณะนอนหลับโดยไม่มีสติ และที่สำคัญ ตอนตาย ก็กลับเป็นงูใหญ่เหมือนเดิม



พญานาคกับพุทธศาสนา

พญานาคเกี่ยวข้องกับพุทธศาสนามีหลายเหตุการณ์แต่ที่ชาวพุทธนิยมนำมาอ้างอิงมากที่สุดมี ๓ เหตุการณ์

   

๑.มุจลินทร์นาคราช
เรื่องมีอยู่ว่า หลังจากที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ ๕๒ วัน พระองค์ได้ประทับบำเพ็ญสมาบัติเสวยวิมุติสุขอยู่ใต้ต้นจิกเป็นเวลา ๗ วัน ในระหว่างที่พระองค์เสวยวิมุติสุขอยู่นั้น ท้องฟ้าบังเกิดฝนตกพรำๆทั้ง ๗ วันทำให้พญานาคชื่อว่า “มุจลินทร์นาคราช” เฝ้า มองพระองค์อยู่กลัวว่าพระองค์ท่านจะได้รับความลำบากจึงได้ออกมาจากภพภูมิของ ตนเอง ตรงมาที่ประทับครั้นมาถึงก็ทำขนดล้อมพระวรกาย ๗ ชั้น แล้วแผ่พังพานใหญ่ ปกคลุมเบื้องบนพระเศียรของพระองค์เพื่อให้พ้นจากละอองฝนและลมหนาว ที่มาต้องพระวรกาย เมื่อ ฝนขาดเม็ด พญามุจลินทร์นาคราช จึงคลายขนดออกแล้วแปลงร่างเป็นมาพนหนุ่ม พนมมือถวายสักการะต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยเหตุนี้จึงเป็นต้นกำเนิดหรือที่มาของพระพุทธรูปปรางค์นาคปรก ซึ่งเป็นพระบูชาคนที่เกิดวันเสาร์


   

๒.นาคศรัทธาคำสอน
ได้มีพญานาคตนหนึ่งหลังจากที่ได้ฟังพระเทศนา ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้วเกิดความเลื่อมใสเป็นอย่างมาก จึงได้แปลงร่างเป็นชายหนุ่มมาขอบวชกับพระอุปัชฌาย์ และก็ได้บวชตามความประสงค์ วันหนึ่งภิกษุ นาครูปนั้นนอนหลับสนิทอยู่บนกุฏิหลังจากนั้นมนต์ได้เสื่อมกลายเป็นงูใหญ่ จนพระภิกษุรูปอื่นไปเห็นเข้า ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงให้พระภิกษุนาคนั้นสึกออกไป เพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน นาคตนนั้นผิดหวังมาก จึงขอถวายคำว่า นาค ไว้ ใช้เรียกผู้ที่เข้ามาขอบวชในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในความศรัทธาของตนต่อจากนั้นมาพระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติไม่ ให้สัตว์เดรัจฉาน ไม่ว่าจะเป็นนาค ครุฑ หรือสัตว์อื่น ๆ บวชอีกเป็นอันขาด เพราะก่อนที่อุปัชฌาย์จะอุปสมบทให้แก่ผู้ขอบวชจะต้องถาม อัตรายิกธรรม หรือข้อขัดข้องที่จะทำให้ผู้นั้นบวชเป็นพระภิกษุไม่ได้ รวม ๘ ข้อเสียก่อน ในจำนวน ๘ ข้อนั้น มีข้อหนึ่งถามว่า “ท่านเป็นมนุษย์หรือเปล่า”

   

๓.เนื่องจากบทสวด “พระหุง”
บทสวดปราบมาร มีตำนานว่า ครั้งหนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จพร้อมด้วยพระอรหันต์จำนวน ๕๐๐ รูป เพื่อเสด็จไปยังเทวโลก ได้ผ่านวิมานของเหล่าพญานาค ที่กำลังมีการรื่นเริงกันอย่างสนุกสนาน ที่มี นันโทปะนันทะนาคราช เป็นประธานใหญ่ เมื่อเห็นคณะสงฆ์ผ่านไปเหนือวิมานจึงมีความโกรธมาก จึงได้ตรงไปยังเขาพระสุเมรุแปลงตนเป็นนาคขนาดใหญ่ พันโอบเขาพระสุเมรุด้วยขดถึง ๗ รอบ แล้วแผ่พังพานบังชั้นดาวดึงส์เอาไว้ เพื่อไม่ให้พระพุทธเจ้าและพระสงฆ์ผ่านไปได้ และเมื่อเป็นดังนั้นได้มีพระอรหันต์หลายรูปอาสาปราบ แต่พระพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาต จน พระโมคคัลลานะ ผู้ซึ่งตามเสด็จไปด้วยอาสา พระองค์จึงทรงอนุญาต ดังนั้น พระโมคคัลลานะ จึงได้แปลงกายเป็นนาคราชขนาดใหญ่กว่าถึงเท่าตัว พันเอานาคนันโทปะนันทะนาคราช เอาไว้ด้วยขดถึง ๑๔ รอบ นาคนันโทฯทนไม่ไหวบันดาลให้ไฟลุกขึ้น พระโมคคัลลานะ ก็ให้เกิดไฟขึ้นเช่นกัน นันโทปะนันทะนาคราชสู่ไม่ไหว จึงถามว่า ท่านผู้เจริญท่านเป็นใครพระโมคคัลลานะ ตอบว่าเราคือโมคคัลลานะ ศิษย์ของพระตถาคต นันโทปะนันทะนาคราช จึงบอกว่า ท่านจงคืนร่างกลับเป็นพระเหมือนเดิมเถิด แต่ด้วยนิสัยของผู้รู้ว่า นันโทปะนันทะนาคราช เป็นนาคที่ไม่ยอมแพ้ใครง่าย ๆ จึงได้แปลงกายให้เล็กนิดเดียว สามารถเข้ารูหู รูจมูกได้ แล้วเข้าไปตามรูต่าง ๆ จน นันโทปะนันทะนาคราช ทนไม่ไหว และนันโทปะนันทะนาคราช สู้ไม่ได้จึงหนีไป พระโมคคัลลานะ จึงแปลงร่างเป็นพญาครุฑไล่ติดตามไป เมื่อหนีไม่พ้นจึงแปลงร่างเป็นมาณพหนุ่ม ยอมแพ้พระโมคคัลลานะและที่สุดจึงยอมให้พระพุทธเจ้าพร้อมพระอรหันต์ผ่านไปแต่ โดยดี


   ปลา "Oar Fish" เป็นปลาทะเลน้ำลึก ภาพนี้ทหารสหรัฐจับได้บริเวณฐานทัพสหรัฐในรัฐฟลอลิด้า

   

   
   


รักคือคณิต
วิทย์คือกำลังใจ
สังคมคือความห่วงใย
อังกฤษนี่ไง  I love you


                  PUEN

     
No.55336 
Legend The God Of light


1946
2747
9



  เครดิต: 1946
  จำนวนโพส : 1622
  เงิน : 2747
  Payon : 0
  Upload: 9
  พลังน้ำใจ : 108
  TOM : 6

วันสมัครสมาชิก: 2010-12-27
เข้าใช้งานล่าสุด: 2013-5-25

พลังน้ำใจ: 108

โพสต์เมื่อ 2011-9-29 17:28:36 |แสดงทั้งหมด
หาอยากๆ
เหมือนรอใครสักคน แต่ไม่รู้ว่าใครคนนั้นมีจริงรึเปล่า


Uploaded with ImageShack.us

     
No.53208 
God Of Light


962
343
0



  เครดิต: 962
  จำนวนโพส : 740
  เงิน : 343
  Payon : 0
  Upload: 0
  พลังน้ำใจ : 74
  TOM : 13

วันสมัครสมาชิก: 2010-12-22
เข้าใช้งานล่าสุด: 2014-2-15

พลังน้ำใจ: 74

โพสต์เมื่อ 2011-9-29 17:28:38 |แสดงทั้งหมด
ในความคิดของผมนะครับ ผมว่าพยานาคมีจริงครับ


รักคือคณิต
วิทย์คือกำลังใจ
สังคมคือความห่วงใย
อังกฤษนี่ไง  I love you


                  PUEN

     
No.62087 
Lord Of Dark


496
1753
7



  เครดิต: 496
  จำนวนโพส : 469
  เงิน : 1753
  Payon : 0
  Upload: 7
  พลังน้ำใจ : 9
  TOM : 0

วันสมัครสมาชิก: 2011-1-17
เข้าใช้งานล่าสุด: 2013-7-3

พลังน้ำใจ: 9

โพสต์เมื่อ 2011-9-29 18:04:37 |แสดงทั้งหมด
ผมว่าไม่น่ามีจริงนะ โดยส่วนตัวแล้ว เต็มที่ก็ปลาออฟิทเนี่ยละ
คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

การจัดการธุรกิจไซเบอร์

ประวัติ|Mobile|Raamas Inc.

GMT+7, 2014-7-31 10:20 , Processed in 0.297471 second(s), 14 queries , Gzip On.

Powered by Discuz! X2

© 2001-2011 Comsenz Inc.

TOP